อะ คือบ้านพ่อ แกซื้อในยุค ช่วงแกทำงานที่สุไหงปัตตานี้เป็นบรรณาธิการบริหารข่าวสำหรับบริษัทหนังสื่อพิมพ์ เบือรีตา ฮารีอัน ผมเกิดที่เมืองนี้เวลาครอบครัวผมอยู่นี้ ซึ่งมันก็เป็นบ้านเกิดของผม บ้านหลังนี้แน่นกับความทรงจำวัยเด็กอ่อนผม ผมอยู่นี้สามปีแรกของชีวิตผมก่อนพ่อต้องย้ายไปกัวลาลัมเปอร์ตามการสั่งของบริษัท
พ่อผมเก็บไว้หนังสื่อเยอะ แกชอบหนังสื่อเพราะวัยเด็กแกก็ไม่ค่อยมีโอกาสของที่ชอบโดยตัวเองเป็นเด็กกัมพร้าพ่อแม่ แล้วก็แกชอบเก็บไว้ของที่ระลึกเป็นความทรงจำเช่นรูปภาพ
หนังสื่อพ่อนี้มันเยอะมาาก ปวดหัวไม่รู้จะทำยังไง เพราะบ้านผมที่นี้ก็ไม่ใหญ่มันเพิ่งแค่บ้านสตูดีโอที่เหมาะกับหนึ่งหรึสองคนเท่านั้น หนังสื่อเก่าๆ ของมาเลเชียและอินโดนีเชียก็ใช้ภาาษมลายูอักษรยาวี
เห็นการ์ดรายาที่เพื่อนร่วมห้องเรียนเค็ยส่งให้ เพื่อนชื่อ นัสรูล ฮาดีย์ ห้องเรียนประถมสี่กุหลาบขาว รู้สึกขำตนเองเวลาอ่านภาษาของเด็ก ฮ่าฮ่าฮ่า
นิตยสารที่มาเลยก็ดูประมาณนี้ มีทั้งของคนโตและเด็ก มีนิตยสารของแม่ด้วย
แหลมนี้น่าจะเป็นหนังสื่อพีธีของลูงที่เป็นญาติพ่อ แกเคยเป็นนายแขวงที่กัวลาเนือหรัง ก็เป็นข้าราชการท่องถิ่นและรวยแต่เราเองไม่รวย ฮ่าฮ่า
รูปใครที่ไม่เกี่ยวก็พ่อเก็บไว้ คนในรูปนี้เคยเป็นหัวหน้างานพ่อในปี พ.ศ 2542 จนถึงปี พ.ศ 2545 เขาเป็นรัฐมนตรีที่ สำนักงานนายกรัฐมนตรี กรมศาสนาอีสลาม ช่วงนี้ก็เป็นจุดเริ่มตนที่เราต้องเปลี่ยนเอกสารเป็นอีสลามกันหมด น่าเบื่อ
แล้วก็รูปอีนี้คือรูป มหาธิร์โมฮัมมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซียคนที่สี่ กับหลานชายมัน ชื่อนายซูล นายซูลนี้เคยเป็นเพื่อนของพ่อ
ก่อนมาบ้านก็เราต้องไปหาช่างกุญแจเพราะล็อกรั้วบ้านมันสนิมไปแล้ว ใกล้ตรุษจีน เราก็ต้องรีบเพราะช่างกุนแจส่วนใหญ่เป็นคนจีน โชคดีช่างกุนแจน่ารัก เขาบอกว่าจ่ายแค่ ยี่สีบ รีงกิทพอ
ตอนคืนผมบอกอีเจ้ เราไปนอนโรงแรมดีกว่า กำแพงบ้านพ่อมันก็แตกกลัวมันร่วงบนหน้าตอนเรานอน มันอันตราย หลังจากนั้นก็เราไปพักที่โรงแรม Swiss Garden ครับ
ห้องที่ผมจ่องนี้เป็นห้องแฟด เพราะอีเจ้มากับหลานสาวสองคน ผมให้หลานสาวสองคนนอนด้วยกันในห้องนี้ ส่วนผมกับอีเจ้นอนห้องที่มีสองเตียง สงสารอีเจ้ด้วยเพราะเมื่อคืนแกนอนไม่ค่อยสบายที่โรงแรม ศรีมาเลเซีย อีโปะฮ์
โรงแรมนี้สะดวกดีกว่า โรงแรมศรีมาเลเซีย ผมว่าสามร้อยรีงกิทกว่ามันคุ่มค้า มันร่วมกับอาหารเช้าด้วยนะครับ เป็นโรงแรมช่านเมือง บ้านๆ ครับผม



























